วิธีการทำโมเสก-รูปแบบโมเสก
ยกตัวอย่างเช่น RGB ได้แก่ R (แดง, แดง), G (เขียว, เขียว) และ B (น้ำเงิน, น้ำเงิน) แต่ละสีทั้งสามนี้มีค่าความเข้มอยู่ในช่วง 0~255 ยิ่งตัวเลขสูง สีแดงก็จะยิ่งสว่างขึ้น ตัวอย่างเช่น ค่า R คือ 255, ค่า G คือ 0 และค่า B คือ 0 แสงสีสามารถเจือจางและสว่างขึ้นได้โดยการขาดแสง เช่น แสงสีน้ำเงินและแสงสีขาวมาบรรจบกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือแสงสีน้ำเงินที่สว่างขึ้น ดังนั้นสีของ R, G และ B จึงมีสีที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ในภาพมีสีต่างๆ มากมาย เป็นหย่อมเล็กๆ เนื่องจากพิกเซลมีขนาดเล็กและหนาแน่น ทำให้สีมีสีมาก และเป็นช่วงวงกลมโมเสก (สีมีช่วงเลขจำนวนเต็มเล็ก ดังนั้นโดยทั่วไปจะใช้รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือสี่เหลี่ยมจัตุรัสต่อวงกลม) ใส่ค่า R ของทุกหย่อมลงในวงกลมหย่อมเล็กๆ แล้วคำนวณค่าเฉลี่ย จากนั้นบวกค่า G ทั้งหมดเข้าด้วยกันและหาค่าเฉลี่ย จากนั้นบวกค่า B ทั้งหมดเข้ากับค่าเฉลี่ย ค่าเฉลี่ยของค่า R รวมข้างต้นสำหรับค่า R ค่าเฉลี่ยของค่า G รวมข้างต้นสำหรับค่า G ค่าเฉลี่ยของค่า B รวมข้างต้นสำหรับค่า B โดยสร้างเป็นสี จากนั้นจึงวาดวงกลมสีเพื่อสร้างเป็นภาพโมเสก

โมเสก (Mosaic) เป็นศัพท์เฉพาะทางที่ใช้เรียกอิฐกัม แบ่งออกเป็นโมเสกเซรามิกและโมเสกแก้ว เป็นศิลปะการตกแต่งที่มักใช้หินขนาดเล็กหรือเศษแก้วสีจำนวนมากมาประกอบกันเป็นลวดลาย มักพบในโบสถ์หรือที่เรียกว่ากระจกสี ในสมัยจักรวรรดิไบแซนไทน์ โมเสกได้รับการพัฒนาขึ้นพร้อมกับการผงาดขึ้นของศาสนาคริสต์ โดยปรากฏเป็นรูปแบบหนึ่งของจิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์และพระราชวัง

โมเสกจาก MOSAIC ได้รับการตกแต่งอย่างประณีตด้วยลวดลายโมเสกที่ต่อกัน ผู้คนในยุคแรกอาศัยอยู่ในถ้ำ เพื่อให้พื้นมีความทนทานมากขึ้น และใช้หินอ่อนหลากหลายชนิดในการปูพื้น โมเสกยุคแรกๆ จึงได้มาจากรากฐานนี้ โมเสกเป็นหนึ่งในศิลปะโมเสกยุคแรกๆ ที่ใช้หินกรวด เปลือกหอย กระเบื้อง แก้ว และบล็อกที่ไม่ใช่เหล็กอื่นๆ เป็นงานศิลปะที่ใช้สำหรับวาดลวดลายบนผนังหรือพื้น




